สมัครเล่นบาคาร่าออนไลน์ สมัครสมาชิกบาคาร่าออนไลน์มีทีมงานดูแลตลอด 24 ชม.

สมัครเล่นบาคาร่าออนไลน์ สมัครสมาชิก ทีมงานดูแลตลอด 24 ชม

อาหาร น้ำจิ้มลูกชิ้น

แอฟลาทอกซินกับน้ำจิ้มลูกชิ้น

วัฒนธรรมการกินของคนไทยจะทานลูกชิ้นทอด ปิ้ง ย่าง คู่กับน้ำจิ้มเพื่อเพิ่มรสชาติและความอร่อย

อาหาร น้ำจิ้มลูกชิ้นมีสูตรและรสชาติที่หลากหลาย เช่น น้ำจิ้มพริกป่น น้ำจิ้มพริกเผา น้ำจิ้มมะขามเปียกพริกสด หรือพริกแห้ง น้ำจิ้มลูกชิ้นส่วนใหญ่มีส่วนผสมของพริกแห้ง พริกป่น ถั่วลิสง เครื่องเทศต่างๆ หากพ่อค้า แม่ค้าเลือกใช้พริกแห้ง หรือพริกป่น หรือถั่วลิสงที่ไม่สะอาด มีเชื้อราขึ้น อาจมีความเสี่ยง ที่จะปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อรา เช่น แอฟลาทอกซิน ได้ สารพิษชนิดนี้ผลิตจากเชื้อรา Aspergillus flavus และ Aspergillus paraciticus มักพบในเมล็ดธัญชาติ ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี ถั่วลิสง พริกแห้ง มะพร้าว สมุนไพร และเครื่องเทศ

อาหาร น้ำจิ้มลูกชิ้น

สารพิษชนิดนี้เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะเป็นสารก่อมะเร็ง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ตับ และอาจก่อมะเร็งในอวัยวะอื่นๆ เช่น ไต ระบบหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ ระบบภูมิคุ้มกัน หากได้รับเข้าสู่ร่างกายจำนวนน้อยๆ แต่ได้รับเป็นประจำ อาจเกิดการสะสมจนทำให้เกิดอาการชัก หายใจลำบาก ตับถูกทำลาย หัวใจและสมองบวมได้ ที่สำคัญมันทนความร้อนได้สูงถึง 260 องศาเซลเซียส ความร้อนที่ใช้หุงต้ม แปรรูปอาหารทั่วไปไม่สามารถทำลายสารพิษชนิดนี้ได้ฉะนั้น การป้องกันไม่ให้อาหารขึ้นรา จึงเป็นวิธีป้องกันอันตรายจากแอฟลาทอกซิน ได้ดีที่สุด สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างน้ำจิ้มลูกชิ้นจาก 5 ร้านค้า ที่วางขายในตลาดในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์สารแอฟลาทอกซินปนเปื้อน ผลปรากฏว่าทั้ง 5 ตัวอย่าง ไม่พบสารแอฟลาทอกซินปนเปื้อน ท่านที่ชื่นชอบการทานลูกชิ้น คู่น้ำจิ้ม ขอแนะนำว่าควรเลือกซื้อจากร้านที่มั่นใจได้ว่าน้ำจิ้มมีการใช้วัตถุดิบ พริกแห้ง พริกป่น เครื่องเทศที่สะอาด ไม่ขึ้นรา และใช้ถั่วลิสงที่คั่ว บดสดใหม่ สีไม่ดำคล้ำ ลักษณะไม่ชื้น และไม่มีจุดสีดำๆ เพื่อความปลอดภัย.

อ่านข่าวเพิ่มเติม : “ข้าวกะเพรา” เมนูฮิตคนไทย ในยุคเศรษฐกิจฝืด โควิด-19 ระบาด

“ข้าวกะเพรา” เมนูฮิตคนไทย ในยุคเศรษฐกิจฝืด โควิด-19 ระบาด

สวนดุสิตโพล เผย โควิด, เศรษฐกิจฝืด คนประหยัดเลือกกิน ใช้จ่ายค่าอาหารไม่เกิน 300 บาท/วัน ขณะข้าวกะเพรา เมนูฮิต

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องอาหารการกินของคนไทยจำนวนทั้งสิ้น 1,144 คน เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน เนื่องจากปีนี้มีเหตุการณ์ที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยอย่างมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์โควิด-19 พบว่า กลุ่มตัวอย่างใส่ใจในการเลือกอาหารการกินมากขึ้น ร้อยละ 79.28 เมนูยอดฮิตคือ ข้าวกะเพรา ร้อยละ 57.31 รองลงมาคือ ก๋วยเตี๋ยว ร้อยละ 51.09 ขณะเดียวกันมีค่าใช้จ่ายในการกินแต่ละวันไม่เกิน 300 บาท โดยมีสัดส่วน ร้อยละ 77.51 สำหรับเรื่องที่อยากเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารคือ อาหารเพื่อสุขภาพ ร้อยละ 53.32 สนใจเรียนจากยูทูป/คลิปสอนทำอาหาร ร้อยละ 67.68 เพื่อจะได้ทำอาหารเองได้ ร้อยละ 60.74

อาหาร

ทั้งนี้ นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่า ปีนี้เป็นปีที่หนักหนาสาหัสมากปีหนึ่งของคนไทย ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 การเมือง ที่ร้อนแรง รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้การกินอยู่ต้องระมัดระวังมากขึ้น ค่าใช้จ่ายก็ต้องควบคุม สุขภาพก็ต้องดูแล ต้องหันมาเรียนรู้การทำงานที่บ้านและการทำอาหารกินเอง ปัญหาจากสถานการณ์เหล่านี้ทำให้คนไทยเรียนรู้และปรับตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ได้รอความช่วยเหลือจากมาตรการจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว โดยสิ่งที่ยังทำให้มีความสุขทางใจได้บ้างก็คือ “อาหารการกิน” นั่นเองขณะที่อาจารย์จารึก ศรีอรุณ อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรอุตสาหกรรมการประกอบอาหาร โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล เห็นได้ว่าคนไทยมีพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีการดำเนินชีวิต เป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยหันมาใส่ใจการเลือกกินมากขึ้น ทั้งในเรื่องของความสะอาดของอาหาร แหล่งที่มาของวัตถุดิบและคุณค่าทางโภชนาการ เห็นได้จากการที่คนไทยนิยมเลือกกินอาหารสุขภาพมากขึ้น เป็นการดูแลสุขภาพ และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการกิน โดยเมนูยอดฮิตคือ ผัดกะเพรา ซึ่งเป็นเมนูที่อร่อย สะดวก และทำง่าย มีวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง จึงทำให้ราคาไม่สูงคนไทยได้ปรับตัวและหันมาสนใจการทำอาหารกินเอง โดยการเรียนทำอาหาร ผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เพราะต้องใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น การทำอาหารด้วยตนเอง จึงทำให้มั่นใจถึงความสะอาด และเป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ เพิ่มทักษะและสามารถพัฒนาต่อไปได้ เพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ดี